http://www.aorchid.com
       สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  กระดานสนทนา  บทความ  รายการสินค้า  รูปภาพกล้วยไม้ ประกาศซื้อขาย  การติดต่อสั่งซื้อ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/05/2008
ปรับปรุง 06/10/2017
สถิติผู้เข้าชม2,202,626
Page Views3,313,016
สินค้าทั้งหมด 12
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
การสั่งซื้อและชำระเงิน
ติดต่อเรา
โรคกล้วยไม้
แมลงและศัตรูกล้วยไม้
  มด
ปุ๋ยยา
ข้อมูลสารเคมีกำจัดโรคพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดวัชพืช
เกร็ดความรู้
ข้อมูลกล้วยไม้
การขยายพันธุ์กล้วยไม้
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
เชคสถานะพัสดุ
 

โรคเหี่ยว

ชื่ออื่นๆ     โรคเน่าแห้ง,  Sclerotium wilt,  Sclerotium root rot,  Sclerotium  rot,  Dry rot

สาเหตุของโรค        เกิดจากเชื้อรา  Sclerotium rolfsii Sacc.

ลักษณะอาการ
   
                 เชื้อราเข้าทำลายกล้วยไม้บริเวณรากและโคนต้น สังเกตอาการได้ง่าย เพราะแถวบริเวณโคนต้นมีเชื้อราเป็นเส้นใยสีขาวหยาบ ๆ ขึ้นแทรกอยู่ระหว่างเครื่องปลูก แล้วแผ่ขยายข้นมาจับตามรากลำต้น และโคนใบเห็นได้ชัดเจน ทำให้รากแห้งเปราะและเป็นผง เมื่อขยี้ด้วยมือ เนื้อเยื่อบริเวณโคนต้นถูกทำลายจนแห้งหลุดร่อนได้ง่าย ลำต้นเปราะหักง่าย ใบจะเหี่ยวแห้งติดกับกระถาง นอกจากเส้นใยแล้ว ก็จะมีเม็ดเล็ก ๆ สีขาวถึงน้ำตาลไหม้ขนาดเมล็ดผักกาดขึ้นปะปนอยู่กับเส้นใบ เม็ดกลมนี้เรียก เม็ด sclerotium เกิดจากกลุ่มของเส้นใยเชื้อราอัดตัวกันแน่นเข้าแล้วมีผนังหนามาหุ้มไว้

โรคเน่าแห้ง                โรคเน่าแห้ง

การแพร่ระบาด
   
                 เชื้อสาเหตุของโรคสามารถเจริญได้ดีในที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง และสามารถแพร่ระบาดไปทางดิน โดยเคลื่อนย้ายดินหรือเครื่องปลูกที่มีเชื้ออาศัยอยู่ไปตามที่ต่างๆ ในเรือนกล้วยไม้ การวางกระถางติดกันมาก การให้ความชื้นสูง การฉีดน้ำที่มีกำลังแรงเกินไป เหล่านี้จะทำให้โรคระบาดไปได้เร็ว

การป้องกันกำจัด
   
                 1. ใช้เครื่องปลูกที่สะอาดปราศจากโรครวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เนื่องจากเชื้อแพร่ระบาดโดยติดมากับสิ่งดังกล่าวได้ดี ถ้าไม่มั่นใจควรทำการฆ่าเชื้อเสียก่อน
                    2. ใช้น้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อสาเหตุรดน้ำกล้วยไม้ เพราะเชื้อสามารถติดไปกับน้ำได้
                    3. ไม่ควรปลูกหรือย้ายกล้วยไม้ขณะที่อากาศแปรปรวน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้พืชอ่อนแอ เชื้อเข้าทำลายได้ง่าย
                    4. ห้ามนำกล้วยไม้ที่เป็นโรคเข้าไปปะปนในเรือนกล้วยไม้ เพราะจะกลายเป็นแหล่งเพาะโรคควรรวบรวมเผาทำลายทิ้งเสีย
                    5. อย่าวางกระถางกล้วยไม้ติดดินเช้อโรคจะเข้าทำลายได้ง่าย
                    6. ถ้าเริ่มเป็นโรค ควรตัดส่วนเป็นโรคออกให้มากพอสมควร แล้วนำต้นกล้วยไม้แช่ในสารละลายน้ำยานาตริฟิน(Natriphene) อัตรา1: 2000 แช่นาน 1 ชั่วโมง
                    7. ในเรือนกล้วยไม้ก่อนที่จะมีการปลูกหรือวางกระถาง ควรฉีดพ่นตามผนังและพื้นด้วย คลอร๊อกซ์(chlorox) 10% จะช่วยระงับยับยั้งการทำลายของเชื้อได้
                    8. สารเคมีที่ใช้ป้องกันกำจัดโรคได้ผลดี คือ เทอราคลอ (Terrachlor) และเนื่องจากค่อนข้างจะเป็นพิษกับพืช จึงควรใช้ราดบริเวณโคนต้นและรากพืชเท่านั้น ระวังอย่าให้ถูกใบอ่อน อัตราส่วนที่ใช้คือ 12.5 กรัมต่อน้ำ 1 ปี๊บหรือใช้สารเคมีนาตริฟิน (Natriphene) ก็ได้ผลเช่นกัน
                    9. สารเคมีซึ่งมีชื่อการค้าว่าไวตาแวกซ์ (Vitavax) จัดเป็นสารเคมีที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการควบคุมโรคนี้

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

orchidsiam.com
TJorchid Readyorchid PBOrchid jimorchid Babyinloveorchid Zeeorchid4u
By เอออร์คิดส์ .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view