http://www.aorchid.com
       สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  กระดานสนทนา  บทความ  รายการสินค้า  รูปภาพกล้วยไม้ ประกาศซื้อขาย  การติดต่อสั่งซื้อ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/05/2008
ปรับปรุง 06/10/2017
สถิติผู้เข้าชม2,180,392
Page Views3,272,595
สินค้าทั้งหมด 12
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
การสั่งซื้อและชำระเงิน
ติดต่อเรา
โรคกล้วยไม้
แมลงและศัตรูกล้วยไม้
  มด
ปุ๋ยยา
ข้อมูลสารเคมีกำจัดโรคพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดวัชพืช
เกร็ดความรู้
ข้อมูลกล้วยไม้
การขยายพันธุ์กล้วยไม้
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
เชคสถานะพัสดุ
 

โรคเหี่ยว

ชื่ออื่นๆ     โรคเน่าแห้ง,  Sclerotium wilt,  Sclerotium root rot,  Sclerotium  rot,  Dry rot

สาเหตุของโรค        เกิดจากเชื้อรา  Sclerotium rolfsii Sacc.

ลักษณะอาการ
   
                 เชื้อราเข้าทำลายกล้วยไม้บริเวณรากและโคนต้น สังเกตอาการได้ง่าย เพราะแถวบริเวณโคนต้นมีเชื้อราเป็นเส้นใยสีขาวหยาบ ๆ ขึ้นแทรกอยู่ระหว่างเครื่องปลูก แล้วแผ่ขยายข้นมาจับตามรากลำต้น และโคนใบเห็นได้ชัดเจน ทำให้รากแห้งเปราะและเป็นผง เมื่อขยี้ด้วยมือ เนื้อเยื่อบริเวณโคนต้นถูกทำลายจนแห้งหลุดร่อนได้ง่าย ลำต้นเปราะหักง่าย ใบจะเหี่ยวแห้งติดกับกระถาง นอกจากเส้นใยแล้ว ก็จะมีเม็ดเล็ก ๆ สีขาวถึงน้ำตาลไหม้ขนาดเมล็ดผักกาดขึ้นปะปนอยู่กับเส้นใบ เม็ดกลมนี้เรียก เม็ด sclerotium เกิดจากกลุ่มของเส้นใยเชื้อราอัดตัวกันแน่นเข้าแล้วมีผนังหนามาหุ้มไว้

โรคเน่าแห้ง                โรคเน่าแห้ง

การแพร่ระบาด
   
                 เชื้อสาเหตุของโรคสามารถเจริญได้ดีในที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง และสามารถแพร่ระบาดไปทางดิน โดยเคลื่อนย้ายดินหรือเครื่องปลูกที่มีเชื้ออาศัยอยู่ไปตามที่ต่างๆ ในเรือนกล้วยไม้ การวางกระถางติดกันมาก การให้ความชื้นสูง การฉีดน้ำที่มีกำลังแรงเกินไป เหล่านี้จะทำให้โรคระบาดไปได้เร็ว

การป้องกันกำจัด
   
                 1. ใช้เครื่องปลูกที่สะอาดปราศจากโรครวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เนื่องจากเชื้อแพร่ระบาดโดยติดมากับสิ่งดังกล่าวได้ดี ถ้าไม่มั่นใจควรทำการฆ่าเชื้อเสียก่อน
                    2. ใช้น้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อสาเหตุรดน้ำกล้วยไม้ เพราะเชื้อสามารถติดไปกับน้ำได้
                    3. ไม่ควรปลูกหรือย้ายกล้วยไม้ขณะที่อากาศแปรปรวน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้พืชอ่อนแอ เชื้อเข้าทำลายได้ง่าย
                    4. ห้ามนำกล้วยไม้ที่เป็นโรคเข้าไปปะปนในเรือนกล้วยไม้ เพราะจะกลายเป็นแหล่งเพาะโรคควรรวบรวมเผาทำลายทิ้งเสีย
                    5. อย่าวางกระถางกล้วยไม้ติดดินเช้อโรคจะเข้าทำลายได้ง่าย
                    6. ถ้าเริ่มเป็นโรค ควรตัดส่วนเป็นโรคออกให้มากพอสมควร แล้วนำต้นกล้วยไม้แช่ในสารละลายน้ำยานาตริฟิน(Natriphene) อัตรา1: 2000 แช่นาน 1 ชั่วโมง
                    7. ในเรือนกล้วยไม้ก่อนที่จะมีการปลูกหรือวางกระถาง ควรฉีดพ่นตามผนังและพื้นด้วย คลอร๊อกซ์(chlorox) 10% จะช่วยระงับยับยั้งการทำลายของเชื้อได้
                    8. สารเคมีที่ใช้ป้องกันกำจัดโรคได้ผลดี คือ เทอราคลอ (Terrachlor) และเนื่องจากค่อนข้างจะเป็นพิษกับพืช จึงควรใช้ราดบริเวณโคนต้นและรากพืชเท่านั้น ระวังอย่าให้ถูกใบอ่อน อัตราส่วนที่ใช้คือ 12.5 กรัมต่อน้ำ 1 ปี๊บหรือใช้สารเคมีนาตริฟิน (Natriphene) ก็ได้ผลเช่นกัน
                    9. สารเคมีซึ่งมีชื่อการค้าว่าไวตาแวกซ์ (Vitavax) จัดเป็นสารเคมีที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการควบคุมโรคนี้

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

orchidsiam.com
TJorchid Readyorchid PBOrchid jimorchid Babyinloveorchid Zeeorchid4u
By เอออร์คิดส์ .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view