http://www.aorchid.com
       สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  กระดานสนทนา  บทความ  รายการสินค้า  รูปภาพกล้วยไม้ ประกาศซื้อขาย  การติดต่อสั่งซื้อ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/05/2008
ปรับปรุง 18/09/2018
สถิติผู้เข้าชม2,318,814
Page Views3,545,793
สินค้าทั้งหมด 12
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
การสั่งซื้อและชำระเงิน
ติดต่อเรา
โรคกล้วยไม้
แมลงและศัตรูกล้วยไม้
  มด
ปุ๋ยยา
ข้อมูลสารเคมีกำจัดโรคพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดวัชพืช
เกร็ดความรู้
ข้อมูลกล้วยไม้
การขยายพันธุ์กล้วยไม้
« September 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      
เชคสถานะพัสดุ
 

โรคใบปื้นเหลือง(Yellow Leaf Spot)

รูปจาก(โรคไม้ดอก, กลุ่มวิจัยโรคพืช, สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช, กรมวิชาการเกษตร, หน้า 10)

1)แผลจุดเหลืองบนใบกล้วยไม้สกุลหวาย  2)เมื่อพลิกหลังใบจะพบกลุมสปอร์ของเชื้อราสาเหตุ

3)โรคใบปื้นเหลืองในกล้วยไม้ไทย 4)ลักษณะสปอร์ของเชื้อรา Pseudocercospora dendrobii

โรคใบปื้นเหลือง(Yellow Leaf Spot)

เชื้อสาเหตุ รา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudocecosspora dendrobii(H.C.Burnett)U.Braun&Crous

ชีววิทยาของเชื้อสาเหตุ   เชื้อราสร้างก้านชูสปอร์สีน้ำตาลเทาเข้ม เป็นกลุ่มรูปร่างตรง หรือโค้ง แตกแขนง  มี5-10 ผนังกั้นเซล(septale)ขนาด 63-164 x 3.2-4.9 ไมครอน  สอร์สีออ่อนถึงเขียว รูปทรงกระบอก ตรงหรือโค้งเล็กน้อยมี1-5septale ขนาด 46-98 x3.2-4.9 ไมครอน

ลักษณะอาการและความเสียหาย  อาการโรคเกิดกับใบล่างก่อนแล้วลุกลามสู่ใบยอด หน้าใบเป็นจุดกลมสีเหลือง

ต่อมาขยายใหญ่และเชื่อมต่อเป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบหลังใบพบกลุ่มผงสีดำคล้ายขี้ดินสอ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งร่วงทำให้ช่อดอกน้อย ผลผลิตลดลง

การแพร่ระบาด  เกิดได้ตลอดทั้งปี ระบาดมากในช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว อากาศเย็นแห้ง อุณหภูมิต่ำกว่า32 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธืต่ำกว่า 70% สปอร์แพร่เชื้อไปในลม  หรือน้ำที่ใช้รด

  การป้องกันกำจัด

  1.ทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรค และที่ไม่ต้องการออกนอกโรงเรือน

  2. จัดการระบายอากาศในโรงเรือนกล้วยไม้ให้ดี เพื่อลดความชื้น    ทำให้ไม่เหมาะสมต่อการเกิดโรค

  3. ระวังเรื่องการขาดธาตุอาหารต่างๆ ในกล้วยไม้ เพราะอาจทำให้กล้วยไม้อ่อนแอ ง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อโรค  

  4.ใช้ แมนโคเซบ 40กรัม/น้ำ20ลิตรหรือคาเบนดาซิม20ซีซี/น้ำ20ลิตรฉีดพ่นเพื่องป้องกัน  ขณะพ่นสารควรพ่นบริเวณหลังใบที่มีกลุ่มของเชื้อราเมื่อเกิดโรคแล้วให้ใช้ โปคลอราช 10-20กรัม/น้ำ20ลิตรฉีดพ่นเพื่อรักษา หรือฉีดพ่นด้วยสารในกลุ่มแมนโคเซบหรือแมนโคเซบ+คาร์เบนดาซิม โดยฉีดพ่นสารให้ถูกกับเนื้อที่ใต้ผิวใบซึ่งมีสปอร์ของเชื้อให้มากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

(โรคไม้ดอก, กลุ่มวิจัยโรคพืช, สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช, กรมวิชาการเกษตร, หน้า 10-11)

(ปรีชา พุทธิปรีชาพงศ์, สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย, ฝ่ายสารวัตรเกษตร กองควบคุมและวัสดุการเกษตร,กรมวิชาการเกษตร)

 http://plantpro.doae.go.th/diseasegroup/Orchids/oyellow/or_yellow.htm

 

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    สุรชัย
    สุรชัย ptpagro@gmail.com 08/05/2011 14:30
    -ขอเสนอแนวทางป้องกันกำจัด

    ๑. ในกรณีที่่เป็นมากๆ  ให้ทำการปลิดใบที่เป็นโรคทิ้งบ้าง  เพื่อเป็นการลดปริมาณเชื้อในสวน  แล้วค่อยฉีดพ่นสารกำจัดโรคพืช
    ๒. แมนโคเซป ใช้ ๑๕ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร เกินกว่านี้จะเลอะดอก  ยกเว้นกรณีพ่นเฉพาะครึ่งต้นล่าง(จากใบยอด-รากและเครื่องปลูก) ใช้ในอัตราสูงได้  (แมนโคเซปที่มีคุณภาพดี  ไดเทน  เพนโคเซป  เทนเอ็ม) ในกลุ่มเดียวกันนี้มี โพรปิเนป (แอนทราโคล) แต่ราคาจะแพง
        คาร์เบนดาซิม (บาวีสติน บริษัทเลิกนำเข้าแล้ว  ถ้ายังพอหาได้ก็เป็นตัวที่มีคุณภาพดี) ใช้ ๑๐-๑๕ ซีซี./ น้ำ ๒๐ ลิตร
        เนื่องจากสปอร์ของเชื้ออยู่ใต้ใบ  การฉีดพ่นต้องเน้นฉีดให้โดนใต้ใบ  ใช้ทั้ง ๒ กลุ่มสลับกัน
       ส่วนสารดูดซึมกลุ่มอิมิดาโซล เช่น โพรคลอราส หรือกลุ่มไตรอะโซล เช่น ไดฟีโนโคนาโซล (สกอร์)  ฟลูซิลาโซล (นูสตาร์) ไซโปรโคนาโซล (อัลโต้)  ก็ใช้ได้แต่ต้องระวังอย่าใช้ในอัตราสูง  กลุ่มนี้ราคาแพง
  2. 2
    veevi
    veevi 12/09/2011 20:38
    ขอถามหน่อยว่า
      ถ้าใช้แมนโคแซท กับ เมธาแลกซิล 25% พร้อมกันได้ไหม

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

orchidsiam.com
TJorchid Readyorchid PBOrchid jimorchid Babyinloveorchid Zeeorchid4u
view