http://www.aorchid.com
       สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  กระดานสนทนา  บทความ  รายการสินค้า  รูปภาพกล้วยไม้ ประกาศซื้อขาย  การติดต่อสั่งซื้อ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/05/2008
ปรับปรุง 05/06/2017
สถิติผู้เข้าชม2,107,254
Page Views3,112,397
สินค้าทั้งหมด 12
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
การสั่งซื้อและชำระเงิน
ติดต่อเรา
โรคกล้วยไม้
แมลงและศัตรูกล้วยไม้
  มด
ปุ๋ยยา
ข้อมูลสารเคมีกำจัดโรคพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดวัชพืช
เกร็ดความรู้
ข้อมูลกล้วยไม้
การขยายพันธุ์กล้วยไม้
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
เชคสถานะพัสดุ
 

โรคใบปื้นเหลือง(Yellow Leaf Spot)

รูปจาก(โรคไม้ดอก, กลุ่มวิจัยโรคพืช, สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช, กรมวิชาการเกษตร, หน้า 10)

1)แผลจุดเหลืองบนใบกล้วยไม้สกุลหวาย  2)เมื่อพลิกหลังใบจะพบกลุมสปอร์ของเชื้อราสาเหตุ

3)โรคใบปื้นเหลืองในกล้วยไม้ไทย 4)ลักษณะสปอร์ของเชื้อรา Pseudocercospora dendrobii

โรคใบปื้นเหลือง(Yellow Leaf Spot)

เชื้อสาเหตุ รา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudocecosspora dendrobii(H.C.Burnett)U.Braun&Crous

ชีววิทยาของเชื้อสาเหตุ   เชื้อราสร้างก้านชูสปอร์สีน้ำตาลเทาเข้ม เป็นกลุ่มรูปร่างตรง หรือโค้ง แตกแขนง  มี5-10 ผนังกั้นเซล(septale)ขนาด 63-164 x 3.2-4.9 ไมครอน  สอร์สีออ่อนถึงเขียว รูปทรงกระบอก ตรงหรือโค้งเล็กน้อยมี1-5septale ขนาด 46-98 x3.2-4.9 ไมครอน

ลักษณะอาการและความเสียหาย  อาการโรคเกิดกับใบล่างก่อนแล้วลุกลามสู่ใบยอด หน้าใบเป็นจุดกลมสีเหลือง

ต่อมาขยายใหญ่และเชื่อมต่อเป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบหลังใบพบกลุ่มผงสีดำคล้ายขี้ดินสอ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งร่วงทำให้ช่อดอกน้อย ผลผลิตลดลง

การแพร่ระบาด  เกิดได้ตลอดทั้งปี ระบาดมากในช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว อากาศเย็นแห้ง อุณหภูมิต่ำกว่า32 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธืต่ำกว่า 70% สปอร์แพร่เชื้อไปในลม  หรือน้ำที่ใช้รด

  การป้องกันกำจัด

  1.ทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรค และที่ไม่ต้องการออกนอกโรงเรือน

  2. จัดการระบายอากาศในโรงเรือนกล้วยไม้ให้ดี เพื่อลดความชื้น    ทำให้ไม่เหมาะสมต่อการเกิดโรค

  3. ระวังเรื่องการขาดธาตุอาหารต่างๆ ในกล้วยไม้ เพราะอาจทำให้กล้วยไม้อ่อนแอ ง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อโรค  

  4.ใช้ แมนโคเซบ 40กรัม/น้ำ20ลิตรหรือคาเบนดาซิม20ซีซี/น้ำ20ลิตรฉีดพ่นเพื่องป้องกัน  ขณะพ่นสารควรพ่นบริเวณหลังใบที่มีกลุ่มของเชื้อราเมื่อเกิดโรคแล้วให้ใช้ โปคลอราช 10-20กรัม/น้ำ20ลิตรฉีดพ่นเพื่อรักษา หรือฉีดพ่นด้วยสารในกลุ่มแมนโคเซบหรือแมนโคเซบ+คาร์เบนดาซิม โดยฉีดพ่นสารให้ถูกกับเนื้อที่ใต้ผิวใบซึ่งมีสปอร์ของเชื้อให้มากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

(โรคไม้ดอก, กลุ่มวิจัยโรคพืช, สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช, กรมวิชาการเกษตร, หน้า 10-11)

(ปรีชา พุทธิปรีชาพงศ์, สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย, ฝ่ายสารวัตรเกษตร กองควบคุมและวัสดุการเกษตร,กรมวิชาการเกษตร)

 http://plantpro.doae.go.th/diseasegroup/Orchids/oyellow/or_yellow.htm

 

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    สุรชัย
    สุรชัย ptpagro@gmail.com 08/05/2011 14:30
    -ขอเสนอแนวทางป้องกันกำจัด

    ๑. ในกรณีที่่เป็นมากๆ  ให้ทำการปลิดใบที่เป็นโรคทิ้งบ้าง  เพื่อเป็นการลดปริมาณเชื้อในสวน  แล้วค่อยฉีดพ่นสารกำจัดโรคพืช
    ๒. แมนโคเซป ใช้ ๑๕ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร เกินกว่านี้จะเลอะดอก  ยกเว้นกรณีพ่นเฉพาะครึ่งต้นล่าง(จากใบยอด-รากและเครื่องปลูก) ใช้ในอัตราสูงได้  (แมนโคเซปที่มีคุณภาพดี  ไดเทน  เพนโคเซป  เทนเอ็ม) ในกลุ่มเดียวกันนี้มี โพรปิเนป (แอนทราโคล) แต่ราคาจะแพง
        คาร์เบนดาซิม (บาวีสติน บริษัทเลิกนำเข้าแล้ว  ถ้ายังพอหาได้ก็เป็นตัวที่มีคุณภาพดี) ใช้ ๑๐-๑๕ ซีซี./ น้ำ ๒๐ ลิตร
        เนื่องจากสปอร์ของเชื้ออยู่ใต้ใบ  การฉีดพ่นต้องเน้นฉีดให้โดนใต้ใบ  ใช้ทั้ง ๒ กลุ่มสลับกัน
       ส่วนสารดูดซึมกลุ่มอิมิดาโซล เช่น โพรคลอราส หรือกลุ่มไตรอะโซล เช่น ไดฟีโนโคนาโซล (สกอร์)  ฟลูซิลาโซล (นูสตาร์) ไซโปรโคนาโซล (อัลโต้)  ก็ใช้ได้แต่ต้องระวังอย่าใช้ในอัตราสูง  กลุ่มนี้ราคาแพง
  2. 2
    veevi
    veevi 12/09/2011 20:38
    ขอถามหน่อยว่า
      ถ้าใช้แมนโคแซท กับ เมธาแลกซิล 25% พร้อมกันได้ไหม

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

orchidsiam.com
TJorchid Readyorchid PBOrchid jimorchid Babyinloveorchid Zeeorchid4u
By เอออร์คิดส์ .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view