http://www.aorchid.com
       สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  กระดานสนทนา  บทความ  รายการสินค้า  รูปภาพกล้วยไม้ ประกาศซื้อขาย  การติดต่อสั่งซื้อ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/05/2008
ปรับปรุง 19/08/2017
สถิติผู้เข้าชม2,147,521
Page Views3,226,818
สินค้าทั้งหมด 12
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
การสั่งซื้อและชำระเงิน
ติดต่อเรา
โรคกล้วยไม้
แมลงและศัตรูกล้วยไม้
  มด
ปุ๋ยยา
ข้อมูลสารเคมีกำจัดโรคพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ข้อมูลสารเคมีกำจัดวัชพืช
เกร็ดความรู้
ข้อมูลกล้วยไม้
การขยายพันธุ์กล้วยไม้
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
เชคสถานะพัสดุ
 

สารกำจัดศัตรูพืช

(อ่าน 17436/ ตอบ 24)

สุรชัย (Member)

จากการที่เราต้องผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรในโลกนี้ (๖,๐๐๐ล้านคน)  ทำให้เราต้องใช้ทุกวิธีการที่จะเอาชนะธรรมชาติ  และศัตรูพืช  ในทางธรรมชาติเราก็สร้างโรงเรือน  ประดิษฐ์ตาข่ายพรางแสง  ตาข่ายกรองแสง  ตาข่ายกันแมลง  มาใช้ป้องกัน  แต่ในการทำเกษตรกรรมพื้นที่ใหญ่ๆ  เราก็ต้องอาศัยสารกำจัดศัตรูพืชเข้ามาช่วย  การใช้อย่างพร่ำเพรื่อ  ใช้อย่างไม่รู้จริง  ใช้ซ้ำซ้อน  ทำให้แมลงปรับตัวสร้างความต้านทาน(ดื้อยา)ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  จนเราไม่สามารถจะควบคุม  บริษัทผู้ผลิตสารกำจัดศัตรูพืชได้มองเห็นปัญหา  เพื่อให้การใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่มีอยู่  ยังคงมีประสิทธิภาพและใช้ได้อย่างยั่งยืน  จึงได้ร่วมมือกันจัดตั้งคณะกรรมการด้านความต้านทานขึ้นมา  เพื่อหาวิธีการแก้  โดยแยกสารกำจัดศัตรูพืชออกเป็น ๔ กลุ่มหลัก
     ๑. สารกำจัดแมลง     Insecticide Resistance Action Committee (www.irac-online.org)
     ๒. สารป้องกันกำจัดโรคพืช     Fungicide Resistance Action Committee  (www.frac.info)
     ๓. สารกำจัดวัชพืช     Herbicide Resistance Action Committee  (www.hracglobal.com)
     ๔. สารกำจัดหนู     Rodenticide Resistance Action Committee  (rrac.info)
ใครอยากรู้รายละเอียดก็เข้าไปค้นคว้าดูนะครับ

ในที่นี้ผมจะทำให้พวกเราได้รู้จัก  รู้วิธีการใช้  เท่าที่จะทำได้  ค่อยๆติดตามนะครับ

T_J""

สุรชัย  (Member)

โรคต้นเน่าแห้ง  เกิดจากเชื้อ  Sclerotium  rolfsii     (แก้ไขความเห็นที่ ๑๔ ชื่อโรคสลับกัน)
โรคโคนเน่าแห้ง 
เกิดจากเชื้อ  Fusarium  oxysporum   (แก้ไขความเห็นที่ ๑๔ ชื่อโรคสลับกัน)
โรคเน่าเละ 
เกิดจากเชื้อ  Erwinia  carotovora
โรคใบจุดแบคทีเรีย 
เกิดจากเชื้อ  Acidovorac  avanae
                                               Burkholderria  GladiolI
โรคไวรัส  เกิดจากเชื้อ  CyMV   Cymbidium  mosaic  virus
   โรคกลุ่มนี้ถ้าเป็นในกลุ่มหวายตัดดอก  แนะนำให้ยกออกแล้วเอาไปเผาทิ้ง  เพื่อเป็นการตัดแหล่งแพร่ขยายและลดการระบาด  เพราะการกำจัดทำได้ยากและมีต้นทุนสูง  โอกาสที่จะหายยากถ้าดูแลไม่ดีไม่ทั่วถึงการแพร่ระบาดก็จะทำความเสียหายได้มาก  การตัดไฟแต่ต้นลมจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดและคุ้มค่า
   ถ้าเป็นในมอคคาราตัดดอกอย่างที่แนะนำไว้  การให้ปุ๋ย  ธาตุอาหารรองและจุลธาตุอย่างประจำสม่ำเสมอ  ในหลักให้น้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง  ก็จะสร้างความแข็งแรงเป็นภูมิทนทานต่อโรคได้ในระดับหนึ่ง  การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นวิธีสุดท้ายตามที่ ดร.สตีฟ  นาเมท  ได้แนะนำไว้พยายามปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด  เมื่อไม่มีทางเลี่ยงก็มองความคุ้มค่าประกอบด้วย
     ส่วนพวกเราที่เลี้ยงแบบขายต้น  ผมก็ยังยืนยันว่าการจัดการตามที่ ดร.สตีฟ  นาเมท (ความเห็นที่ ๑๕) แนะนำไว้ประกอบกับการจัดการเรื่องปุ๋ยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชตามสมควรก็เป็นตัวเสริมเพื่อลดปริมาณเชื้อในสวน
      โรคโคนเน่าแห้ง  ใช้ คาร์บอกซิน  ไวตาแวกซ์ 
      โรคต้นเน่าแห้ง    ใช้  ควินโทซิน  เทอร์ราคลอ  อีทริไดอาโซล  เทอร์ราโซล  หรือตัวที่บวกรวมกัน  เทอร์ราคลอ-ซุปเปอร์ X
      ใครที่อยากเลี่ยงการใช้สารเคมีลองหาเชื้อราไตรโคเดอร์มา  มาใช้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี  สนใจติดต่อ  ดร.จิระเดช  แจ่มสว่าง  ภาควิชาโรคพืช  มก.กำแพงแสน 08 1815 1852 หรือสั่งซื้อได้ที่คุณประชุม  08 1014 6410 (คลินิคโรคพืช มก.กำแพงแสน)
      โรคเน่าเละ  โรคใบจุดแบคทีเรีย  ในช่วง ๒-๓ ปีมานี้สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวนมาก  ปัญหาและการระบาดเจอบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมาก  ใช้  สเตรพโตมัยซิน  ออกซีเตตราไซคลิน  หรือยาปฏิชีวนะอื่นๆก็เป็นการป้องปรามได้  แต่ต้องระวังอย่าใช้เกินอัตราที่กำหนดและอย่าใช้ซ้ำเกินกว่า ๒ ครั้งต่อเนื่องกัน  เพราะเชื้อแบคทีเรียจะสร้างความต้านทานได้เร็ว  โดยเฉพาะไม้บางเบอร์ที่อ่อนแอมากๆการเผาทิ้งทั้งเบอร์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี  การเสียดายเลี้ยงเอาไว้ก็เหมือนมีไม้พิการในสวนและยังเป็นแหล่งเพาะโรคที่พร้อมจะระบาดติดต่อไปยังต้นอื่นๆ  เพราะการจัดการกับเชื้อแบคทีเรียจะต้องมีการทำสุขอนามัยพืชอย่างเคร่งครัด  อุปกรณ์ใดๆที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคจะต้องทำการฆ่าเชื้อก่อนที่จะไปใช้กับต้นอื่นต่อไป  เพราะเมือกของต้นที่เป็นโรคจะมีเชื้อแบคทีเรียอยู่และสามารถระบาดติดต่อได้  บางสวนอาจจะเสียดายเลยขายราคาถูกๆออกไป  ตรงนี้อยากจะขอร้องให้พวกเรามีคุณธรรมให้มากสักหน่อย  นอกจากคุณจะถูกสาปแช่งแล้วชื่อเสียงที่สร้างมาก็มลายไปในพริบตา  ในวงการก็จะร่ำลือในทางที่เสื่อมเสียหาคนคบค้าด้วยยาก
      โรคไวรัส  ต้องทำลายทิ้งเพื่อเป็นการตัดการแพร่กระจาย  การคัดต้นเข้าไปปั่นตาต้องตรวจสอบไวรัสทุกครั้ง  ลองติดต่อคุณสุรภี  กีรติยะอังกูร  08 1927 7296 ผชช.ด้านไวรัส  มี testkit  เป็นชุดตรวจราคาไม่แพง
      โรคชุดนี้ใครอยากจะลองเอาชนะก็ลองดูได้  ต้นของคุณเงินก็ของคุณ  แต่ก็อยากแนะนำว่าตัดใจแต่แรกแก้ปัญหาจบเร็วและเจ็บตัวน้อยที่สุดนะครับ  ได้ผลอย่างไรอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้าง

สุรชัย  (Member)

โรคดอกสนิม  ในหวายตัดดอกเราเน้นในการให้ปุ๋ย  ในช่วงฤดูฝนจะลดปริมาณไนโตรเจนลงและใช้ธาตุอาหารรองและจุลธาตุอย่างสม่ำเสมอ  เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานโรค  การใช้สารแมนโคเซปหรือโพรพิเนปต้องระมัดระวังเรื่องอัตราการใช้  ปกติใช้ ๑๒-๑๕ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร  ถ้าใส่สารจับใบช่วยด้วยก็ยิ่งดี  เพราะในบางจังหวะดอกอาจจะเลอะคราบยาได้
โรคใบปื้นเหลือง  ในช่วงฝนที่เราดูแลกล้วยไม้ไม่ได้เต็มที่  พอหมดฝนกระทบหนาวโรคจะระบาดมาก  หัวใจของโรคอยู่ที่ผงดำๆคล้ายขี้ดินสอที่อยู่ด้านหลังใบ  บริเวณที่เราเห็นแผลเป็นวงหรือปื้นสีเหลืองด้านหน้าใบ  ลองเอามือลูบดู  อันนี้คือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อ  ในหวายตัดดอกคนงานที่เดินฉีดยากลับไปกลับมา  แขนเสื้อที่ระไปกับใบที่เป็นโรคจะติดสปอร์ของเชื้อมา  เมื่อเดินไประต้นอื่นก็เหมือนเป็นการถ่ายเชื้อ  นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่สวนมาตรฐานโดยส่วนใหญ่มักไม่ค่อยอยากต้อนรับคนที่ไปเยี่ยม  หรือไม่ก็จะจำกัดบริเวณให้เข้าชม (ดูข้อ ๙ ของ ดร. สตีฟ  นาเมท)  อันที่จริงเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ทุกที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  เช่นบริษัทแอนทูร่า  ผู้ผลิตหน้าวัวรายใหญ่ของเนเทอร์แลนด์  ห้องที่จัดไว้ให้ชมวิธีการปลูกเลี้ยงและดูลักษณะสายพันธุ์จะกั้นกระจกแยกต่างหากจากแปลงปลูก  ผู้ที่จะเข้าชมทุกคนจะต้องสวมเสื้อที่จัดไว้  รองเท้าต้องสวมที่หุ้ม  ก่อนเข้าในห้องต้องเดินผ่านพรมที่ใส่ยาฆ่าเชื้อไว้  และทุกคนต้องล้างมือด้วยแอลกอฮอร์เหลว  นี่เป็นขั้นตอนเมื่อเราไปเยี่ยมชมเมื่อ ๒๐๐๒ งาน Floriadae  งานจัดทุก ๑๐ ปี  ปีหน้า ๒๐๑๒  ใครสนใจก็ติดตามไปเที่ยวชมได้  วิธีนี้เราก็เจอเมื่อไปเยี่ยมชมสวนส้มในออสเตรเลีย  พาไปไกลเลยกลับมาเข้าสวนของเรา  ในกรณีที่มีการระบาดของโรคมาก  ใบเป็นมากกว่า ๕๐ % แนะนำให้เก็บใบที่เป็นโรคออกบ้างเท่าที่ทำได้  เคยเจอสวนหนึ่งเป็นมากขนาดว่าถ้าเก็บใบออกจะไม่เหลือใบเลย  ก็ต้องทำบ้างเพื่อลดปริมาณเชื้อในสวนให้น้อยลง  แล้วก็จัดการฉีดสารกลุ่ม M3 แมนโคเซปหรือโพรพิเนป สลับกันกลุ่ม B1 เบโนมิลหรือคาร์เบนดาซิม  เน้นว่าจะต้องฉีดเข้าด้านใต้ใบเพื่อกำจัดส่วนขยายพันธุ์  ควรฉีดต่อเนื่องจนกระทั่งใบใหม่ไม่แสดงอาการ  หลังจากใบใหม่แข็งแรงแล้วให้เก็บใบที่เป็นโรคออกให้หมด  ขั้นตอนนี้ใช้เวลา ๓ เดือนกว่าจะเข้าที่  เหตุจริงๆมาจากเบิกสวนใหม่ ๑๐๐ ไร่  แต่เตรียมต้นเจี๊ยบออกขวดไม่พอ  ก็เลยตัดสินใจเอาต้นผ่าเข้าไปปลูกเสริมคนละด้าน  เวลาคนงานเดินฉีดยาจะต้องเดินสลับกลับไปมา  ทำให้การติดเชื้อกระจายไปเร็ว  ถ้าวางแผนดีจัดให้เป็นล๊อคของเค้าเองปัญหาก็จะไม่รุนแรงเท่านี้
โรคใบขี้กลาก  โรคใบจุดดำ  โรคใบไหม้  ในหวายตัดดอกพบเห็นบ้างถือเป็นเรื่องธรรมดา  ถ้าไม่มากมายก็เก็บใบออกบ้างฉีดยาเท่าที่ทำอยู่ก็ควบคุมได้  แต่พวกเราที่ทำต้นขายผมก็ยังยืนยันเน้นในเรื่องการใช้ปุ๋ย  นอกจากให้อิ่มแล้วยังคำนึงถึงคุณประโยชน์ด้วย  การใช้สารอย่างที่บอกไว้ถ้าเป็นไม้มีราคาก็ต้องลงทุนเลือกของดีๆใช้  และเช้าถึงเย็นถึงอย่างที่ ดร.สตีฟ ว่าไว้  กล้วยไม้คงจะโทรมาหรือส่งเมล์มาบอกว่าไม่สบายไม่ได้  เราเองต้องแวะเวียนเข้าไปดูทุกวัน  ผมชอบเปรียบเหมือนเราเริ่มรักสาวใหม่ๆ  ก็อยากเห็นหน้าทุกวันแวะเวียนไปหาแบบว่าเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี  โบราณมากๆนะ  ถ้ามีปัญหาแก้ไขไม่ตกก็ลองส่งข้อมูลเข้ามา  ถ่ายรูปชัดๆมาให้ดูประกอบจะดีที่สุด  

สุรชัย (Member)

ขอแก้ไขคำผิดใน  ความเห็นที่ ๑๙
     procymiodone     แก้เป็น     procymidone
ในกลุ่ม M3 ลืมตัว  propineb     antracol  ราคาน่าจะแพงที่สุดในกลุ่ม  แต่ประสิทธิภาพก็เป็นที่ยอมรับ  ความพอใจของผู้ใช้ก็สูง  ในกรณีที่ใช้  mancozeb บ่อยๆเวลาสลับกลับมาที่กลุ่มนี้ก็ลองเลือกมาใช้ดู  แต่ถ้าเป็นชื่อการค้าอื่นก็ไม่กล้าประกัน  จริงๆแล้วในกลุ่มนี้มีสารอีกตัวหนึ่งคือ  thiram   tersan  บริษัทดูปองค์ได้เลิกผลิต  เนื่องจากก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผู้ใช้  แต่ก็มีการนำกลับมาใช้ใหม่  สนใจก็ลองสอบถามร้านค้าดู

สุรชัย (Member)

สารป้องกันกำจัดโรคพืช (Fungicide)  ต่อตอนที่ ๒
     โรคดอกสนิม     เกิดจากเชื้อรา  Curvularia  eragrostidis 
     โรคใบปื้นเหลือง  เกิดจากเชื้อรา  Pseudocercospora  dendrobii
     โรคใบจุดหรือใบขี้กลาก  เกิดจากเชื้อรา  Phyllostictina  pyriformis
     โรคใบจุดดำ  เกิดจากเชื้อรา  Alternaria  alternata
     โรคใบไหม้หรือแอนแทรคโนส  เกิดจากเชื้อรา  Colletotrichum  gloeosporioides  
ทั้ง  ๕ โรคขอพูดรวมกันไป  โดยจะยกกลุ่มสารที่ใช้มาเรียงลำดับกัน
   
B. Mitosis and  cell  division  inhibitors  (ยับยั้งขบวนการแบ่งเซลล์)
     B1  Methyl benzimidazole  carbamate
benzimidazole            benomyl            benlate
                                carbendazim      bavistin
thiophanate               thiophanate-M    topsin-M
สารกลุ่มนี้ดูดซึมทั้งกลุ่ม  การดื้อยาจะเกิดเร็วถ้าใช้ประจำ  benomyl ตัวต้นแบบ benlate บริษัทได้ถอดสินค้าออกจากตลาดแล้ว  ที่พวกเราใช้กันอยู่ส่วนใหญ่จะเป็น benomyl จาก ไต้หวัน  อินเดีย จีน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องการละลายตัวยาก  ใครใช้สารตัวนี้ขอแนะนำให้ใช้ถุงพลาสติกใบใหญ่หน่อย  ใส่สารลงไปเติมน้ำเข้าไปแล้วบี้หรือขยี้ให้สารละลายให้หมดก่อนเทผสมลงในถังพ่น  ทำแบบนี้จะได้คุณภาพสารครบและไม่เกิดปัญหาตกตะกอนนอนก้นถัง  carbendazim ตัวต้นแบบ bavistin  ก็ไม่มีจำหน่ายแล้วราคา ๕๐๐บาท/ลิตร  carbendazim อื่นๆราคา ๒๕๐ บาท/ลิตร  แต่ต้องระวังเรื่องการละลายตัวด้วย  ถ้าซื้อในรูปครีมเหลว (dispersible  concentrate) ก็พอจะบรรเทาปัญหาไปได้บ้าง 
สารกลุ่มนี้มีการออกฤทธิ์ดังนี้  thiophanate เป็นโครงสร้างตั้งต้นใช้ในการผลิตอีก ๒ ตัว  carbendazim จะออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า แต่ระยะเวลาควบคุมสั้นกว่า benlate  ก็ลองพิจารณาใช้กัน  กลุ่มนี้ถือเป็นยาสามัญประจำสวนของกล้วยไม้กลุ่มหนึ่ง  เรารู้แล้วว่าจัดอยู่ในพวกเดียวกัน ก็อย่าใช้ต่อเนื่องกันหรือใช้ซ้ำๆกัน
@
E. Signal transduction  inhibitors  (ยับยั้งสัญญานทรานดักชั่น)
     E3  Dicarboximides
                                iprodione           rovral
                                procymiodone    sumilex
เน้นใช้กับเชื้อ Alternaria  sp. เป็นหลัก  โรคใบจุดดำ  ถ้าเป็นกล้วยไม้หวายตัดดอก  เราให้ความสำคัญน้อยเพราะอาการเป็นที่ใบไม่ค่อยกระทบกับผลผลิต  ส่วนในพวกเราที่ทำต้นขายไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไร  การดูแลก็ต้องเข้มงวดขึ้น  ถ้าสังเกตว่ามีต้นเริ่มเป็นก็ต้องหามาใช้อย่างเร็ว
@
G. Sterol  biosynthesis  in  membrane  inhibitors (ยับยั้งการสังเคราะห์สารสเตอรอล)
     G1  Demethylation  inhibitors
imidazoles                 prochloraz          octave
                                triflumizole         trifmine
triazoles                    cyproconazole     alto
                                difenoconazole    score
                                epoxiconazole     opus
                                fluzilazole           nustar
                                hexaconazole      anvil
                                myclobutanil        systhane
                                propiconazole      tilt
                                tebuconazole       folicur
                                tetraconazole      dumark
กลุ่มนี้ก็เป็นสารดูดซึม  น่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด(มีทั้งหมด ๓๕ ชนิด)  ครอบคลุมการใช้ไปในทุกๆพืช
ในกล้วยไม้เราเน้นใช้กับโรคแอนแทรคโนส  และใช้เป็นกลุ่มที่มาสลับเพื่ิอให้มีความหลากหลาย มีประสิทธิภาพ  ช่วยแก้และป้องกันก่อนจะมีการระบาดรุนแรง  มีหลายตัวให้เลือกคงจะหาซื้อไม่ยาก
@
M.  Multisite  action  (กลุ่มที่ออกฤทธิ์หลายจุด)
     M3  Dithiocarbamates and relatives
                                mancozeb           dithane
                                propineb             antracol
     M4  Phthalimides
                                captan                orthocide
                                folpet                  phaltan
     M5  Chloronitriles
                                chlorothalonil       daconil
กลุ่มนี้เป็นสารสัมผัส  ถือเป็นยาสามัญประจำสวนที่พวกเรารู้จักกันมาแสนนาน  มีข้อดีคือไม่ดื้อข้ามกลุ่มนำมาสลับใช้กันเองหรือกับกลุ่มสารดูดซึม ก็เป็นการสร้างแนวป้องกันกำจัดที่ดี 
กลุ่ม M3 มีตัวเดิมๆเช่น maneb, zineb ปัจจุบันความนิยมน้อยลง  ทุกคนหันไปใช้ mancozeb (maneb+zineb) ที่ให้ผลในการครอบคลุมกว้างกว่า  ตัวหลักๆคุณภาพดีก็มี dithane, penncozeb, thane-M  ส่วนพวกทั่วๆไปราคาย่อมเยาลงหน่อยก็มีจากหลายๆแหล่ง  ถ้ามีกำลังซื้อไหวก็แนะนำให้ใช้ตัวหลักๆ  ราคาแพงกว่า  แต่อัตราใช้น้อยกว่าและใช้แล้วได้ผลดีกว่า  ในกล้วยไม้หวายตัดดอกในช่วงที่ช่อดอกมีราคาสูง (๓-๕ บาท/ช่อ)ก็ต้องกินเหลาดูแลดีหน่อย  ถ้าช่วงไม้ถูก (๓๐-๕๐ สตางค์/ช่อ)ก็ต้องปรับตัวกินข้าวแกงข้างถนน  ส่วนพวกที่เลี้ยงไม้เฉพาะหรือสีพิเศษได้ราคาดีทั้งปี  การเลือกใช้ของคุณภาพให้ผลตอบแทนเกินคุ้ม
ส่วน captanนอกจาก orthocide  ที่ขายๆกันอยู่น่าจะผลิตในบ้านเรา  ปัญหาที่เคยเจออยู่คือเปอร์เซนต์สารไม่ถึง เช่น captan 50% ส่งวิเคราะห์เหลือ  22% เท่านั้น  จะซื้อใช้ต้องดูบริษัทที่ไว้ใจได้  มี captan 80%WG นำเข้าจากอิสราเอล  ราคาค่อนข้างสูง  แต่เทียบประสิทธิภาพและอัตราการใช้แล้วน่าไว้วางใจมากกว่า
ตัว folpet ถ้าพอหาได้ก็น่าจะเป็นตัวที่น่าจะนำมาสลับใช้
ส่วน chlorothalonil หลังๆมีเสียงบ่นจากกล้วยไม้หวายตัดดอก  ว่าบางสายพันธุ์ใช้แล้วดอกหุบ  แต่ก็ยังไม่มีข้อยืนยันคงต้องรอถามๆกันดูต่อไป
วิธีการใช้ขอยกยอดไปก่อน  ตอนนี้กำลังมึนแล้ว  ขออภัยด้วยนะครับ

สุรชัย (Member)

สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช   (Fungicide)
     ปัญหาเรื่องเชื้อราดื้อสารป้องกันกำจัดโรคพืชขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว  เช่นเดียวกับสารกำจัดแมลง  คณะกรรรมการจัดการด้านความต้านทาน (Fungicide Resistance Action Committee=FRAC) ได้จัดทำคำแนะนำและวิธีการใช้เพื่อประสิทธิภาพ ความยั่งยืน  ความปลอดภัย  โดยจำแนกสารป้องกันกำจัดโรคพืชตามกลไกการออกฤทธิ์  และศึกษาการดื้อต่อสารฯ  (ในที่นี้คงจะยกมาแนะนำเฉพาะที่พวกเราใช้กับกล้วยไม้เป็นหลัก  พยายามจะให้รายละเอียดเท่าที่ทำได้  ในส่วนข้อมูลอาการของโรคคงรบกวนให้เข้าไปดูหน้าเวป)
     โรคเน่าดำ  เกิดจากเชื้อรา Phytophthora  palmivora
A.  Nucleic  acid  synthesis  inhibitors  ยับยั้งการสังเคราะห์กรดนิวคลีอิค
     A1  Phenyl Amides  (เฟนนิลเอมายด์)
acylalanines                     benalaxyl           galben,galben-M
                                      metalaxyl           ridomil,ridomil-M,apron,ridomil-gold
oxazolidinones                 oxadixyl              sandofan
กลุ่มนี้เป็นสารดูดซึมทั้งหมด  เชื้อราสร้างความต้านทานเร็วและต้านทานข้ามกลุ่มด้วย  ไม่ควรใช้สารฯต่อเนื่องกันเกิน ๒ ครั้ง  สารเมทาแลกซิลที่เราใช้ส่วนใหญ่มาจากจีน  ราคาถูกแต่ต้องระวังอย่าใช้สูงเกินอัตราและใช้พร่ำเพรือ  เดี๋ยวรากจะกุดหมด
H. Glucan  and  cell  wall  synthesis  inhibitors  (ยับยั้งการสร้างกูลแคนและผนังเซลล์)
     H5  carboxylic  acid  amides
cinnamic acid amides        dimethomorph    forum, acrobat(+mancozeb)
valinamide carbamates      iprovalicarb        invento(+propineb)
บริษัทผู้ผลิตแนะนำว่าในกรณีที่เชื้อดื้อต่อกลุ่มเฟนนิลเอมายด์  ให้ใช้สารกลุ่มนี้สลับ
Unknown  mode  of  action (ยังไม่ทราบการออกฤทธิ์ที่แน่นอน)
phosphonates                   fosetyl-Al           aliette
                                       K-phosphite       foli-R-fos, Q-profos
กลุ่มนี้เป็นปุ๋ย P ในรูปphosphite (H3PO3)  จึงดูดซึมและเคลื่อนย้ายได้ทั้งขึ้นบนและลงล่าง  มีข้อจำกัดคือไม่ควรผสมใช้พร้อมกับปุ๋ย  สารฯจะเข้าไปกระตุ้นให้พืชสร้างภูมิต้านทาน(phytoalexin) เพราะฉะนั้นควรใช้สารฯกลุ่มนี้ในการป้องกันมากกว่ากำจัด  ตัวfosetyl-Al เมื่อเปิดใช้แล้วจะต้องปิดปากถุงให้สนิท  ไม่เช่นนั้นสารฯจะดูดความชื้นกลายเป็นก้อนดำๆ  ละลายยาก
cyanoacetamide-oxime       cymoxanil         curzate-M
thiazolecarboxamide          ethaboxam        tabox
ถ้าต้องหาตัวมาสลับ ๒ ตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี  ราคาไม่แพงมาก
C.  Respiration  inhibitors  (ยับยั้งระบบหายใจ)
     C3  Quinone  outside  inhibitor (QoI)
methoxy-acrylates             azoxystrobin       amistar
methoxy-carbamates         pyraclostrobin     headline
oximino acetate                kresoxim-methyl  stroby
                                      trifloxystrobin       flint
oxazolidine-diones            famoxadone         equation(+cymoxanil)
imidazolinones                 fenamidone          secure(+mancozeb)
กลุ่มนี้ ๔ตัวแรกเป็นสารสกัดจากเชื้อรา Strobilurus  tenecellus แล้วเติมแต่งให้มีความคงตัวและออกฤทธิ์สูงต่อเชื้อรา  อีก ๒ ตัวจำกัดการใช้ในมันฝรั่ง  แต่ก็ไม่เกินความสามารถของพวกเราที่มีปัญหาแก้ไม่ตกจะหามาใช้  กลุ่มนี้ราคาค่อนข้างสูง  แต่ถ้าทนโรคไม่ไหวเอาโรคไม่อยู่  จะเอาเข้ามาล้างบาง ๑-๒ ครั้งก็น่าจะช่วยได้มาก

สุรชัย (Member)

อัตราที่บอกไว้ใช้กับกล้วยไม้หวายตัดดอก  โดยเฉพาะกลุ่มสีแดงเช่น บอมโจ  เอียสกุล เป็นต้น  แต่ถ้าเป็นหวายขาว  เช่น ขาว5N  ขาวสนาน  อัตราการใช้ก็ประมาณ ๖๐-๘๐ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร 
๑๐ กว่าปีที่แล้วเข้ามาเยี่ยมสวนกล้วยไม้ใหม่ๆ  อัตราการใช้ ๑๐๐ กรัม/ปีบ  ๒๐ปีบ/ไร่  ๔ครั้ง/เดือน  (ก็จะเป็นเนื้อปุ๋ย ๒ กก./ไร่/อาทิตย์ หรือ ๘ กก./ไร่/เดือน)  แต่ด้วยความใจร้อนต้องการทุกอย่างให้เร็วทันใจ  การใช้ปุ๋ยก็เปลี่ยน ๓๐ปีบ/ไร่  ๔-๖ครั้ง/เดือน  หรือ  ๑๒-๑๘ กก./ไร่/เดือน  จะเห็นว่าต้นทุนเพิ่มมหาศาล  แต่ก็คงจะแก้ไขยาก  ปัญหาส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเราอัดปุ๋ยเพื่อให้ไม้ตอบสนองตามความต้องการของเราเอง  ต้นไหนตอบสนองดีให้ช่อมาก ดอกใหญ่ ให้หน่อเร็ว  เราก็เอาหน่อเข้าไปปั่นขยาย  เพราะฉะนั้นลูกไม้ที่ได้มาก็เป็นพวกไดรโว่กินจุกินแหลก  ถ้าเห็นว่าไม่สวยไม่งามน่าพอใจก็เพิ่มปุ๋ยเข้าไปอีก  รุ่นต่อรุ่นที่คัดเข้าไปปั่นก็ไดรโว่ขึ้นไปเรื่อยๆ  ใครซื้อพันธุ์ไปปลูกแล้วให้ปุ๋ยไม่มากพอ  ก็จะไม่ได้ผลตอบแทนที่ดี  จริงๆแล้วมันก็ดีกับคนขายปุ๋ยแต่ต้นทุนที่เพิ่ม+ราคาผลผลิตช่อที่ไม่แน่นอน  ทำให้เราต้องเข้าไปช่วยหาจุดเหมาะสม  สวนกล้วยไม้ที่ใช้ปุ๋ยและธาตุอาหารรอง+จุลธาตุอย่างสม่ำเสมอ  ในอัตราปกติก็ให้ผลผลิตที่ดีไม่แตกต่าง  จะมีข้อได้เปรียบในช่วงดินฟ้าอากาศเปลี่ยน  ปัญหาดอกร่วง  ดอกฝ่อก็น้อยกว่า  ใบเหลืองใบร่วงก็น้อย  ในหวายตัดดอกลำหนึ่งๆถ้าตัดได้ ๔ ช่อ ถือว่าเด็กๆ  ๖ช่อก็ปกติ  ๘-๑๐ เก่ง  ๑๒ เยี่ยม  ตราบใดที่ทำแล้วยังขยายส่วนเพิ่มทีละ๓๐-๕๐ไร่  วงจรนี้ก็คงจะเลิกยาก  แต่ก็บอกไม่ได้ว่าวันไหนจะเป็นจุดสูงสุด
จริงๆแล้วต้องขอบคุณพวกเรา  ผมได้แวะเข้าเยี่ยมหลายๆเวปไซท์  ทำให้ได้รื้อฟื้นความรู้ที่มี  ได้ย้อนกลับไปค้นคว้าเวลาเจออะไรที่รู้มาไม่เหมือนกัน  ได้รู้ว่าพวกเรายังขาดอะไร  เหมือนที่ผมเองก็เสนอตัวและข้อมูลที่มีเข้าไปกับทุกที่ไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตร  กรมส่งเสริมการเกษตร  มหาวิทยาลัยต่างๆ  และอื่นๆ  ข้อมูลที่เป็นพื้นฐานmonotechnology  ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่พวกเรามีๆอยู่  ถ้าเอามาใช้ร่วมกันก็น่าจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน  ต้องขอโทษที่บ่นเหมือนคนแก่  แต่ก็รู้ว่าเราเองก็คงมีเวลาให้ไม่มากนักหรอก  ปีต่อปีผ่านไปเร็วมากๆ
คงขอย้ำว่าขอบคุณ  ขอบคุณ  มีอะไรจะให้ช่วยก็ไม่ต้องเกรงใจ  

aorchid (Member)

ปุ๋ยใส่ 100 กรัมไม่หนักไปเหรอครับ ผมใส่ 60กรัม แคทลำแตกเลย อิอิ

สุรชัย (Member)


     อยากฝาก ๑๐ ขั้นตอนเพื่อความปลอดโรค  ของ  ดร.สตีฟ  นาเมท  นักโรคพืชของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ  สหรัฐอเมริกา  อาจารย์ได้เขียนคำแนะนำไว้สำหรับการปลูกพืชในโรงเรือนปิด (green house)  ผมเห็นว่าเราสามารถเอามาประยุกต์ใช้ได้  จึงอยากฝากให้พวกเราพิจารณาและลองปฏิบัติ
๑. เริ่มต้นด้วยสายพันธุ์ที่ปลอดโรค
๒. เลือกปลูกพันธุ์ที่ต้านทานโรค
๓. มีแปลงกักกันพืช
๔. จัดการด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด
๕. ติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า
๖. ปรับสภาพแวดล้อมให้ไม่เหมาะสมกับการเกิดโรค
๗. อย่าให้พืชเครียด
๘. เช้าถึงเย็นถึง
๙. จำกัดคนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ให้เข้าแปลง
๑๐. ทบทวนขั้นตอนทั้งหมดก่อนจะใช้สารกำจัดโรคพืช
      จริงๆแล้ววิธีการนี้ใช้ได้ทั้งโรคและแมลง 

      ขอทำความเข้าใจวิธีการฉีดปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช  ในกล้วยไม้หวายตัดดอก
การฉีดปุ๋ย  จะฉีดครอบคลุมตั้งแต่ยอดของต้นลงมาจนถึงเครื่องปลูก  (ไม่ฉีดปุ๋ยให้ถูกช่อดอก)  อัตราการใช้ปุ๋ยเกล็ด  ๑๐๐ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร(๑ปีบ)  ใช้น้ำ  ๔๐๐-๖๐๐ ลิตร/ไร่ (๒๐-๓๐ปีบ)  ทุกครั้งจะใส่ แคบแทน ไปพร้อมปุ๋ย
การฉีดสารกำจัดศัตรูพืช  จะฉีดครอบคลุมทั้งต้นรวมช่อดอกด้วย  เน้นละอองยาให้ละเอียดที่สุด  เพื่อจะซอกซอนครอบคลุมทั่วต้นทั้งบนใบและใต้ใบ  ใช้น้ำ ๑๖๐-๒๔๐ ลิตร/ไร่ (๘-๑๒ ปีบ)
              

สุรชัย (Member)

สารป้องกันกำจัดโรคพืช  (Fungicide)
    โรคพืชที่สำคัญของกล้วยไม้
     ๑.โรคเน่าดำ หรือโรคยอดเน่า                   เชื้อรา  Phytophthora  palmivora 
     ๒.โรคดอกสนิม หรือโรคจุดสนิม                เชื้อรา  Curvularia eragrostidis
     ๓.โรคใบปื้นเหลือง                                 เชื้อรา  Pseudocercospora  dendrobii
     ๔.โรคใบจุด หรือโรคใบขี้กลาก                 เชื้อรา  Phyllostictina  pyriformis
     ๕.โรคใบจุดดำ                                      เชื้อรา  Alternaria  alternata
     ๖.โรคใบไหม้ หรือโรคแอนแทรคโนส         เชื้อรา  Colletotrichum  gloeosporioides
     ๗.โรคโคนเน่าแห้ง หรือโรคราเมล็ดผักกาด   เชื้อรา  Sclerotium  rolfsii
     ๘.โรคต้นเน่าแห้ง                                   เชื้อรา  Fusarium  oxysporum
     ๙.โรคเน่าเละ                                        เชื้อแบคทีเรีย  Erwinia  carotovora
    ๑๐.โรคใบจุดแบคทีเรีย                            เชื้อแบคทีเรีย  Burkholdoria  gladioli,  
                                                                                  Acidovorac  avenae

    ๑๑.โรคจากเชื้อไวรัส                               เชื้อไวรัส  CyMV
   
    คงไม่ใช่โรคทั้งหมด  แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ที่เราพบ  ชื่อเชื้อที่เป็นภาษาอังกฤษก็ไว้ใช้อ้างอิง  ค้นคว้า  ก่อนที่จะแนะนำวิธีกำจัด  อยากจะเสนอแนวทางป้องกัน  ในฐานะที่ทำทางด้านปุ๋ย  ธาตุอาหารรองและจุลธาตุ  เน้นเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์และแข็งแรง  เพิ่มคุณภาพเพิ่มผลผลิต  เสริมสร้างความทนทานต่อโรค  แมลง  สภาพอากาศ  (ขอให้กลับไปดูกระทู้  ปุ๋ย- ธาตุอาหารกล้วยไม้)
     ทุกวันนี้เราเลี้ยงกล้วยไม้โดยหาทุกวิธีที่จะให้โตเร็วที่สุด  ออกดอกไวที่สุด  ดอกใหญ่ที่สุด  ทุกๆที่สุดหมายถึงว่าเราจะต้องเร่ง  เร่ง  เร่ง  ยิ่งเร่งมากเท่าไรก็หมายถึงปริมาณปุ๋ย  จำนวนครั้งที่เราต้องให้มากขึ้นๆ  การให้อาหารเกิน  ขาดสัดส่วนที่เหมาะสม  ก็ส่งผลให้กล้วยไม้โตแต่อ่อนแอ  เหมือนโครงใหญ่แต่ข้างในกลวง  หลายสิบปีหลากหลายพืชที่เราเข้าไปแนะนำ  โดยเน้นไปที่ \" คุณภาพเพิ่ม  ผลผลิตเพิ่ม \"  เน้นการให้ธาตุอาหารให้ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสม  ปรับสัดส่วนตามสถานะการณ์  ตามธรรมชาติแวดล้อม  ไม่เพียงแต่คุณภาพจะดีขึ้น  ผลผลิตยังเพิ่มขึ้นเกินคุ้มกับต้นทุนที่ต้องจ่ายไป
    ปัจจุบันเราทำปุ๋ยหลักๆ  20-20-20, 10-52-17, 6-32-32, 16-8-32, 16-21-27, 15-0-0+Ca19%, 11-0-0+Mg10%  โดยเน้นให้ใช้ธาตุอาหารรองและจุลธาตุไปพร้อมกัน  ในการแนะนำว่าน้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง  ดูแล้วจะเห็นว่าก็เป็นสิ่งที่พวกเราใช้กันเป็นปกติอยู่แล้ว  ยืนยันว่าลองหาธาตุอาหารรองและจุลธาตุมาใช้คู่กัน
    ขอแนะนำสูตรที่เราขายมา ๓๐ ปี  และเป็นสัดส่วนที่มีการเลียนแบบตามมากที่สุด  เพราะฉะนั้นในพื้นที่น่าจะหาซื้อได้ไม่ยาก  (แซทเทิร์น-มิกซ์  แมกนีเซียม3 สังกะสี3 เหล็ก1 แมงกานีส1 กำมะถัน6,     แซทเทิร์น-โบรอน  แคลเซียม6  โบรอน2,     แซทเทิร์น-ไฮแคลแมก808  แคลเซียม6 แมกนีเซียม3 โบรอน1  พร้อมด้วย สังกะสี แมงกานีส ทองแดง โมลิบดินัม นิคเกิ้ล)
ลองใช้กันดู  ประจำสม่ำเสมอต่อเนื่องกัน ๔-๖ เดือน  รับรองว่าทุกอย่างดีขึ้นแน่นอน

กระทู้  สารกำจัดศัตรูพืช  ปุ๋ย-ธาตุอาหารกล้วยไม้  คำถามใครอยากรู้บ้าง  กล้วยไม้เป็นพืชกลางคืน  อยากได้การตอบรับ  การมีส่วนร่วม  ขอให้พวกเราช่วยแสดงความเห็นเข้ามา  อยากได้อะไรเพิ่ม  อยากรู้อะไรถามมา  จะไปหาคำตอบมาให้  ขอขอบคุณมาล่วงหน้า  

สุรชัย

สารกำจัดหนอนผีเสื้อ  (หนอนผีเสื้อที่เป็นปัญหาศัตรูสำคัญทางเศรษฐกิจของพืชผัก  ไม้ดอกไม้ประดับ  ไม้ผล  หรือแม้กระทั่งพืชไร่  เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืน (moth)  ตัวที่พบบ่อยและเป็นปัญหามาก
     ๑.หนอนกระทู้หอม  (หนอนหลอดหอม, หนอนหนังเหนียว)  หนอนมีหลากสี  จุดสังเกตที่แตกต่างคือ  สองข้างลำตัวจะมีแถบสีขาวพาดหัวจดหาง  ขนาดโตเต็มที่ ๒ ซม.
     ๒.หนอนกระทู้ผัก  (หนอนรัง)  จุดสังเกต สองข้างลำตัวจะมีแถบสีน้ำตาลแดงพาดผ่าน  ส่วนหลังปล้องที่ ๓ จะเห็นจุดสีดำใหญ่ทั้ง ๒ข้าง  ขนาดโตเต็มที่ ๓-๔ ซม.
     ส่วนหนอนเจาะสมอ  (หนอนขน)  จะเห็นขนยาวและมีขนมากกว่า  หนอนใยผัก  (ตัวจรวด)  พวกนี้จะเป็นปัญหากับพืชอื่นๆ
     สารกำจัดที่นิยมใช้ คือ กลุ่ม 15 ระบบเจริญเติบโต  เช่น  คลอฟลูอาซูรอน (อาทาบรอน)  ไดฟลูเบนซูรอน  (ดิมิลิน)  ๒ตัวนี้ราคาและอัตราการใช้  พอยอมรับได้และยังให้ผลดีทีเดียว   ในกรณีระบาดมากๆก็มีตัวแพงๆให้เลือก  เช่น  ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ  กลุ่ม 5  สปินโนแซด  (ซัคเซส)   กลุ่ม 6  อีมาเมคตินเบนโซเอท  (โปรเคลม)   กลุ่ม  13  อินด็อกซาคาร์บ  (แอมเมท)   กลุ่ม  28  ฟลูเบนไดเอมายด์  (ทาคูมิ)  หรือระบบพลังงาน  กลุ่ม 13  คลอฟีนาเพอร์  (แรมเพจ)  กลุ่ม  21  โทลเฟนไพเรด  (ฮาชิ-ฮาชิ)   หรือระบบเจริญเติบโต  กลุ่ม 18  เมททอกซีฟีโนไซด์  (โปรดิจี้)  เทบูฟีโนไซด์  (มิมิค)   ชุดนี้ราคาค่อนข้างสูงแต่ถ้าเอาไม่อยู่จริงๆก็คงเลี่ยงไม่พ้น  (สวนกล้วยไม้หวายตัดดอก  ๑๒๐ ไร่ มีหนอนหนังเหนียวระบาด  กินใบกุดหมดและเจอต้นละ ๔-๕ ตัว  เอาไม่อยู่  เลยตัดสินใจใช้สารตัวที่ดีที่สุดในเวลานี้  ฟลูเบนไดเอมายด์  (ทาคูมิ)   ฟังราคาแล้วอย่าตกใจ  ๒๓,๐๐๐ บาท/กิโลกรัม  อัตราการใช้ ๔ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร  ฉีด ๒ ครั้งตายหมดเกลี้ยงเลย)        แต่ถ้าอยากใช้ของปลอดภัยก็มียาเชื้อแบคทีเรีย  บาซิลัส ทูริงจิเอนซีส   (แบคโทสปิน,  ไดเพล)  หรือจะเลือกใช้เชื้อไวรัส เอ็นพีวี  ก็ได้
   คราวหน้าก็คงเป็นเรื่อง  สารป้องกันกำจัดโรคพืช  รอหน่อยนะครับ

aorchid (Member)

ที่พื้นเด๋วเอา 2,4D พ่น บนกระถางใช้ไดยูร่อนเอาผักแว่นกะมอสตายไวมาก ตัวใบเล็กๆยังไม่ตายรอดูอีกสัก 2-3วัน ผมซัดไปเรียบร้อยแระ ไม่เคยใช้เลยลองฉีดเสียวตายยกรังเหมือนกัน พ่นแวนด้ากะแคท ไม่มีปัญหา คาตาเซตุ้ม เซอโรจิเน่ เอนไซเคลีย บลัสเซีย รอดูผลอยู่ ลองเสี่ยงพ่นเลยตายเป็นตายฮ่าๆ

สุรชัย (Member)

สารกำจัดไรศัตรูพืช  (miticide  or  acaricide)
   
     กลุ่ม 10  สารควบคุมการเจริญเติบโตของไรศัตรูพืช  ระบบเจริญเติบโต
                   10 A   เฮกซีไธอะซอค         นิสโซรัน    
                   ฆ่าเฉพาะ  ไข่ และ ตัวอ่อน
   
     กลุ่ม 12  ยับยั้งการสังเคราะห์ เอ ที พี ในไมโตครอนเดรีย  ระบบพลังงาน
                   12 A   ไดอะเฟนไธยูรอน       ปีกาซัส
                   12 B   เฟนบูทาทินออกไซด์   ทอร์ค
                   12 C   โพรพาไจท์                โอไมท์
                   12 D   เตตระไดฟอน             ทีไดออน วี 18
                   ฆ่าไรตัวอ่อน  ตัวแก่

     กลุ่ม  19 กระตุ้นจุดรับสารออคโตพามีน  ระบบประสาท
                             อามีทราซ                   ไมแทค
                   ฆ่าไรตัวอ่อน  ตัวแก่

     กลุ่ม  21  ยับยั้งการส่งอีเลคตรอนในไมโตครอนเดรียคอมเพล็กซ์ I   ระบบพลังงาน
                    21 A   เฟนไพรอคซิเมท           ออทุส
                             ไพริดาเบน                    แซนไมท์
                              เทบูเฟนไพเรด              ไพรานิก้า
                    ฆ่าไรตัวอ่อน  ตัวแก่

     กลุ่ม  23  ยับยั้งการสร้างอะเซททิลโคเอคาร์บอกซิเลส   ระบบเจริญเติบโต
                             สไปโรมิซีเฟน                โอเบรอน
                    ฆ่าไรตัวอ่อน  ตัวแก่
    
     กลุ่มที่ยังไม่ทราบการออกฤทธ์ที่แน่นอน
                             ไดโคโฟล                      เคลเทน
                    ฆ่าไรตัวอ่อน  ตัวแก่

  การฉีดพ่นเริ่มด้วยการฆ่าตัวแก่  ทิ้งช่วงห่าง ๔ วันฉีดครั้งที่ ๒   ทิ้งช่วงห่างอีก ๔ วันฉีดครั้งที่ ๓  ปฏิบัติตามนี้จะตัดวงจรไรได้หมด  ที่ให้ทิ้งระยะเวลา ๔ วันก็เพื่อให้ไข่ฟักเป็นตัวอ่อนก่อน  ฉีดอีกครั้งก็เป็นการล้างบางตัวที่ยังหลงเหลืออยู่  ถ้าไม่ใช่การระบาดรุนแรงก็ไม่จำเป็นต้องมีครั้งที่ ๔  คงต้องใช้การหมั่นสังเกตเป็นหลัก

สุรชัย

ขอโทษช้าไปนิด  เรื่องวัชพืชต้องบอกว่ารู้น้อย  เลยต้องคอยตัวจริงมาให้ความรู้
๑  ขาไก่ย่าน     ๒  ดาดตะกั่ว     ๓  ยังไม่รู้ชื่อไทย  แต่เป็นตระกูลเดียวกับคุณนายตื่นสาย (portulaca)
การป้องกันกำจัด  ถ้าไม่มากบริเวณไม่กว้าง  ก็ใช้มือเก็บออก  แต่ต้องเก็บแบบถอนรากถอนโคนออก  ถ้าดึงแต่ใบไม่นานต้นใหม่ก็โผล่มาอีก 
การใช้สารกำจัดวัชพืช  ถ้าเป็นพื้นดินใต้โต๊ะ  แนะนำให้ใช้  พาราควอท  (กรัมม๊อกโซน)  ฉีดพ่นให้ทั่ว  สารตัวนี้จะฆ่าส่วนที่เป็นสีเขียว  ฉีดซ้ำเมื่อวัชพืชงอกมาใหม่ ๒-๓ ครั้งต่อเนื่องกันก็จะลดการแพร่กระจายได้  การฉีดพ่นต้องใช้หัวฉีดแบบพัด  มีหัวครอบกันการฟุ้งกระจายก็ยิ่งดี  ควรฉีดช่วงเช้าๆที่ลมสงบ  เพื่อป้องกันละอองสารปลิวไปโดนกล้วยไม้   ถ้าขึ้นอยู่บนเครื่องปลูก ดาดตะกั่ว เราใช้ ไกลโฟเสท (ราวน์อัพ)  แล้วใช้แปรงป้ายทาไปที่ใบวัชพืช  การกำจัดได้ผลดี แต่ทำได้ช้าและมีข้อยุ่งยาก  ขาไก่ย่านก็น่าจะใช้ได้  ส่วนตระกูลคุณนายตื่นสาย เนื่องจากอวบน้ำมาก  ส่วนที่ไม่ได้รับสารก็สามารถงอกใหม่ได้  การกำจัดต้องทำอย่างละเอียดให้ทั่วทั้งต้นจริงๆ  ยังไม่มีคำแนะนำเฉพาะสำหรับกล้วยไม้  คงต้องลองทีละน้อยดูก่อน

aorchid (Member)


3 รูปนี้ พอจะรู้ชื่อมั้ยครับ

aorchid (Member)

aorchid (Member)


หญ้าต้นเล็กๆนี่ชื่ออะไรครับ

สุรชัย

สารกำจัดแมลงศัตรูพืช  ใช้กับ
  กลุ่มแมลงปากดูด เช่น  เพลี้ยไฟ  เพลี้ยแป้ง  เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยหอย  แมลงหวี่ขาว  มวน
  กลุ่มหนอนแมลงวัน  เช่น  บั่วกล้วยไม้(ไอ้ฮวบ)  หนอนชอนใบ
 
  กลุ่มสารออกฤ
ทธ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  กลุ่ม 1  ระบบประสาท
1A  คาร์บาเมท           คาร์โบฟูแรน  คาร์โบซัลแฟน  เมทโธมิล  อะลานีคาร์บ  เบนฟูราคาร์บ 
                               คาร์บาริล  ฟีโนบูคาร์บ   ฟอร์มีทาเนท  ไอโซโปรคาร์บ  เมทธิโอคาร์บ 
                               โพรโปเซอร์
1B  ออแกโนฟอสเฟท  อะซีเฟท  ไดโครโตฟอส  ไดเมทโธเอท  โอเมทโธเอท  คลอไพรีฟอส 
                              ไดคลอวอส  พีริมีฟอส-เมทธิล  ไดอาซิโนน  อีพีเอ็น  อีไธออน
                               เฟนนิโตรไธออน  มาลาไธออน เฟนโธเอท  ฟอสซาโลน  โปรฟีโนฟอส  
                               โปรธิโอฟอส  ควินัลฟอส  เทมิฟอส  ไตรคลอฟอน
  กลุ่ม 2  ระบบประสาท
2B  เฟนนิลไพราโซล    ฟิโพรนิล  อีธิโพรล
(ในกรณีที่แมลงดื้อต่อสารคาร์บาเมท  ออแกโนฟอสเฟท  ไพรีทอยด์ ให้ใช้  ฟิโพรนิล ตัด)
  กลุ่ม 3  ระบบประสาท
3A  ไพรีทอยด์สังเคราะห์  ไบเฟนทริน  เบต้าไซฟลูทริน  ไซฮาโลทริน-แอล  แอลฟาไซเปอร์เมทริน 
                                   เบต้าไซเปอร์เมทริน  ซีต้าไซเปอร์เมทริน  เดลตาเมทริน  เอสเฟนวาเรอเลท
                                   อีโทเฟนพรอก   เฟนโปรพาทริน
  กลุ่ม 4  ระบบประสาท 
4A  นีโอนิโคตินอยด์      อิมิดาคลอพริด  ไทอะมีโทแซม  โคลไธอะนิดิน  ไดโนทีฟูแรน
                                 อะเซทามิพริด  ไธอะคลอพริด
  กลุ่ม 5 ระบบประสาท
สปินโนซิน                   สปินโนแซด
  กลุ่ม 6  ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
อะเวอร์เมคติน          อะบาเมคติน  อีมาเมคติน-เบนโซเอท
 
  กลุ่มสารออกฤทธ์ต่อระบบเจริญเติบโต
   กลุ่ม  23  ระบบเจริญเติบโต (ยับยั้งขบวนการสังเคราะห์ไขมัน)
เทโทรนิคและเตตรามิค      สไปโรมีซิเฟน

กลุ่ม  1A  1B  3A  6(อะบาเมคติน)  เป็นกลุ่มยาพื้น  ในสภาวะปกติเราก็จะเลือกสารตัวใดตัวหนึ่งของแต่ละกลุ่มสลับการใช้ไปเรื่อยๆ  อาจจะเอากลุ่ม 2B มาสลับบ้าง  แต่ถ้าการระบาดมากขึ้นก็เลือกเอากลุ่ม 4A เข้ามาสลับ   ส่วนกลุ่ม 5 และ 23 เราเก็บเอาไว้เป็นไม้ตายสุดท้ายกรณีที่ระบาดรุนแรงมากๆ

ปกติ   1A----> 3A----> 1B-----> 6---->1A---->3A---->2B---->1B       7 วัน/ครั้ง
ระบาด   4A----> 1A----> 2B----->6---->3A---->1B---->4A                5 วัน/ครั้ง
    
   กลุ่มสารกำจัดแมลง 6 กลุ่ม  ระยะเวลา 5 - 7 วัน/ครั้ง  ครอบคลุมเวลาทั้งหมด 30 -42 วัน  จะใกล้เคียงกับ 1 ชั่วอายุของแมลง (ไข่---->ตัวเต็มวัย)  หมายความว่า ใน 1 ชั่วอายุแมลงจะได้รับสารแต่ละกลุ่มเพียงครั้งเดียว  โอกาสที่จะสร้างความต้านทานมีน้อยมาก

ลองทำความเข้าใจดู  แล้วทดลองปฏิบัติ  ปัญหาต่างๆก็จะค่อยๆหมดไป
ผมได้เขียนข้อมูลการดูแมลงไว้ที่ www.readyorchid.com  ใน webboard หัวข้อ คลินิคกล้วยไม้  กระทู้ที่ 332  สนใจก็แวะไปชมดู  ขอบคุณมากครับ 

สุรชัย (Member)

ไดยูรอน (diuron)  สารกำจัดวัชพืช  พวกเราชอบเอามาใช้กำจัดตะไคร่น้ำบนหน้ากระบะ  สำหรับกล้วยไม้หวายที่มีความทนก็ใช้ได้  ส่วนกล้วยไม้สายพันธุ์อื่นๆคงต้องระวัง  โดยเฉพาะที่มีลำลูกกล้วยอวบๆอาจต้องงดใช้ 
โดยปกติการใช้สารกำจัดวัชพืช  บริษัทผู้ผลิตจะแนะนำเป็นอัตราการใช้/น้ำ/พื้นที่  เช่น  ใช้สารกำจัดวัชพืช ก. อัตรา๒๐๐ซีซี./น้ำ ๘๐ ลิตร/พื้นที่ ๑ ไร่  ซึ่งวิธีการฉีดพ่นจะใช้หัวฉีดที่พ่นสารออกมาเป็นรูปพัด  ผู้ฉีดจะเดินเป็นแนวตรงด้วยความเร็วสม่ำเสมอย้อนกลับไปมา  โดยให้แนวน้ำยาเดิมและแนวที่พ่นใหม่ซ้อนทับกันเล็กน้อย  เพื่อครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดและใช้ปริมาณน้ำต่อพื้นที่ตามที่กำหนดไว้  นั่นหมายความว่าทุกๆจุดในพื้นที่จะได้รับปริมาณสารเท่ากัน
ในกล้วยไม้  พวกเราเคยชินกับการฉีดสารกำจัดแมลงและโรค  ผู้ฉีดจะกลับหัวฉีดไปมาจนแน่ใจว่าทั่วถึง  ซึ่งการทำแบบนี้สำหรับสารกำจัดวัชพืช  การฉีดผ่าน ๒ ครั้งหมายถึงเราเพิ่มอัตราเป็น ๒ เท่า  ฉีดผ่าน ๓ ครั้งหมายถึงเราเพิ่มอัตราเป็น ๓ เท่า  นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนใช้แล้วได้ผล  แต่บางคนใช้แล้วกล้วยไม้ตายไปด้วย  กฎข้อนี้ต้องจำให้แม่นและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

aorchid (Member)

Diuron ใช้ในกล้วยไม้มีอันตรายกกะไม้ที่ใช้มั้ยครับ ปกติให้ใส่5กรัม/น้ำ20ลิตร ถ้าใส่ยาจับใบต้องลดปริมาณลงมั้ยครับ

Page : 1 2 [Next]
Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

 
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

orchidsiam.com
TJorchid Readyorchid PBOrchid jimorchid Babyinloveorchid Zeeorchid4u
By เอออร์คิดส์ .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view